คนไทยเรานิยมเลี้ยงสัตว์กันมาช้านานแล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเพลิดเพลินน่ารักจากธรรมชาติของตัวสัตว์ซึ่งช่วยทำให้จิตใจของเราอ่อนโยนขึ้น เด็กๆ ก็จะได้เรียนรู้เข้าใจเกี่ยวกับชีวิตสัตว์แต่ละชนิดไปด้วย แต่วิถีชีวิตของคนในปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมาก มีการโยกย้ายถิ่นฐานจากชนบทเข้ามาหางานทำ และพักอาศัยอยู่ในเมืองใหญ่ๆ กันมากขึ้น ซึ่งบ้านและที่ดินก็มีราคาแพงพื้นที่ใช้สอยจึงมีน้อยลง บางคนก็เลือกที่จะอาศัยอยู่บนตึกคอนโดมิเนียมใกล้ที่ทำงานเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดมากๆ แต่เราก็ยังอยากที่จะมีเลี้ยงสัตว์เป็นของตนเองไว้เป็นเพื่อนแก้เหงาอยู่ดี กระต่ายสวยงามจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่คนรุ่นใหม่นิยมเลี้ยงไว้ในบ้าน ด้วยความน่ารักของกระต่ายที่มีขนสีสวยอ่อนนุ่มน่าสัมผัส ใช้พื้นที่เลี้ยงเพียงมุมหนึ่งของบ้าน กินหญ้าเป็นอาหารหลัก ไม่ดุร้าย ไม่ร้องส่งเสียง หาซื้อได้ตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วๆไป
ข้อควรทราบก่อนเลี้ยงกระต่าย
การเตรียมตัวและเตรียมใจก่อนตัดสินใจนำกระต่ายเข้าบ้าน ถ้าคุณคิดจะเลี้ยงกระต่ายกันจริงๆแล้วละก็ต้องถามตัวคุณเองก่อนนะว่าเตรียมตัวพร้อมแล้วหรือยัง โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับกระต่ายที่คุณอาจจะยังไม่ทราบ
• การเลี้ยงกระต่ายมีค่าใช้จ่ายพอสมควรครับ บางครั้งเราอาจนึกแต่เพียงว่ากระต่ายกินหญ้าเป็นอาหารคงหาเศษผักหรือเกี่ยวหญ้าได้ง่ายๆ แต่ความเป็นจริงยังมีค่าใช้จ่ายอีกหลายอย่างด้วยกัน เช่น กรงสำหรับเลี้ยงกระต่าย ที่ให้น้ำ ถ้วยใส่อาหาร ที่ใส่หญ้า อาหารสำเร็จอัดเม็ด และหญ้าแห้ง เป็นต้น
• ผู้เลี้ยงควรมีความรักกระต่ายจริงๆ สามารถสละเวลาในการเลี้ยงดูกระต่าย ทำความสะอาดกรง และให้อาหารได้ทุกวัน รู้จักธรรมชาติของกระต่ายที่แต่ละวันจะถ่ายมูลเป็นจำนวนมาก และฉี่ด้วย
• ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ไม่ควรเลี้ยงกระต่าย เพราะมีความเสี่ยงที่จะแพ้ขนกระต่าย มูลกระต่าย หรือ หญ้าที่ใช้เลี้ยงกระต่ายก็ได้
• กระต่ายเป็นสัตว์ที่นอนพักผ่อนในเวลากลางวัน และออกหากินในยามค่ำคืน ฉะนั้นทุกๆคืนในขณะที่คุณนอนหลับจะมีเสียง กุก กิ๊ก ของกระต่ายบ้าง โดยเฉพาะกระต่ายพันธุ์พื้นเมือง แต่สำหรับพันธุ์ ND แล้วจะมีนิสัยเรียบร้อยกว่า
• บ้านที่เลี้ยงไม่ควรมีสัตว์อื่นที่อาจจะทำอันตรายกระต่าย ได้แก่ สุนัข แมว เป็นต้น ยกเว้นกรณีที่เลี้ยงด้วยกันมาตั้งแต่เล็กๆ
• ข้อ
พันธุ์กระต่ายสวยงาม
ในท้องตลาดมีกระต่ายให้เลือกซื้ออยู่เพียงไม่กี่พันธุ์เท่านั้น หากต้องการเลี้ยงพันธุ์แปลกๆ ก็ต้องลงทุนซื้อจากร้านสัตว์เลี้ยงที่นำเข้ากระต่ายหลากหลายสายพันธุ์มาจากต่างประเทศ สำหรับพันธุ์กระต่ายสวยงามที่นิยมเลี้ยงกัน และราคาไม่แพงมากนั้นมีดังนี้
• พันธุ์พื้นเมือง มีอยู่ในเมืองไทยเรามาแต่ดังเดิม ลักษณะขนสั้น หูตั้ง มีหลายสีคละกันไปไม่แน่นอน น้ำหนักตัวโตเต็มวัยอยู่ระหว่าง 1.5 - 1.8 กก. เลี้ยงง่ายทนทานต่อสภาพอากาศของไทย ลูกกระต่ายหย่านมที่ขายในตลาดนัดราคา 80 - 150 บาท พ่อค้ามักจะหย่านมแม่มาก่อนกำหนดอายุเพียง 21 - 30 วันเท่านั้นกำลังน่ารักก็จริงแต่อายุยังน้อยเกินไปจะเลี้ยงยาก ระยะเวลาหย่านมลูกกระต่ายปกติอยู่ที่อายุ 40 - 45 วันจะปลอดภัยกว่า แต่ถ้าคุณซื้อมาแล้วก็ต้องดูแลเป็นพิเศษ ด้วยการเลือกซื้ออาหารอัดเม็ดที่มีโปรตีนสูงมากกว่า 16% อย่าจับลูกกระต่ายบ่อยเกินไป และมีถั่วคาวาลเคดแห้ง หรือถั่วอัลฟัลฟ่าแห้งเสริมให้กินอย่างเพียงพอ

• พันธุ์ ND (Netherland Dwarf) มีขนาดเล็กกว่าพันธุ์อื่นบางครั้งเรียกว่ากระต่ายแคระ ลักษณะหูสั้นตั้งตรง น้ำหนักตัวเมื่อโตเต็มวัย 0.8 - 1.0 กก. มีนิสัยร่าเริง เรียบร้อย ตามร้านขายกระต่ายพันธุ์แท้ (Premium Grade) ราคาตัวละ 800 บาทขึ้นไป แต่ปัจจุบันมีลูกกระต่าย ND ผสม พื้นเมืองอายุ 30 วันจำหน่ายตัวละ 180 บาท ราคาถูกและเลี้ยงง่ายทนทานกว่าพันธุ์แท้
• พันธุ์ Minirak หรือขนกำมะหยี่ มีลักษณะลำตัวค่อนข้างยาว ขนเป็นกำมะหยี่นุ่มมือ น้ำหนักตัวโตเต็มวัย 1.0 กก. ราคา 800 - 900 บาท
• พันธุ์ฮอลแลนด์ลอป ลักษณะหูปลกกำลังเป็นที่นิยม มีนิสัยดี เรียบร้อย สีสวย ตัวใหญ่ ราคาขาย 1,000 บาทขึ้นไป แต่ก็มีลูกกระต่ายเกรด 2 ออกมาขายกันแล้วอายุประมาณ 45 วัน ราคาตัวละ 280 บาทสำคัญควรปรึกษาคนในครอบครัวก่อนเลี้ยง เพราะกระต่ายจะเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัวและมีชีวิตอยู่กับคุณไปอีกหลายปี
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น